TH EN
A A A

เอลนีโญส่งผลต่ออุปทานอาหารทั่วโลก

23 มกราคม 2567   

                    ราคาอาหารที่สูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้กระตุ้นให้เกษตรกรทั่วโลกปลูกธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันมากขึ้น แต่ผู้บริโภคจะต้องเผชิญกับอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นในปี 2567 เนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายจากเอลนีโญ ข้อจำกัดในการส่งออก และความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้น
                    นักวิเคราะห์ฯ และผู้ค้า เผยว่า ราคาข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลืองทั่วโลกจะลดลงในปี 2566 หลังจากเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาหลายปี เนื่องจากปัญหาคอขวดในทะเลดำที่ผ่อนคลายลงและความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
                    ปรากฎการณ์เอลนีโญทำให้ปี 2566 พื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียมีความแห้งแล้ง และคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2567 ส่งผลให้อุปทานข้าว ข้าวสาลี น้ำมันปาล์ม และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของประเทศผู้นำเข้า – ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญบางประเทศของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง โดยผู้ค้าคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ผลผลิตข้าวในเอเชียจะลดลง เนื่องจากภัยแล้ง
                    การเพาะปลูกข้าวในปี 2566 ค่อนข้างตึงตัวเนื่องจากเอลนีโญทำให้การผลิตลดลง ส่งผลให้อินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกต้องจำกัดการส่งออก และราคาข้าวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยผู้ส่งออกรายใหญ่ของเอเชียบางแห่งได้รับการเสนอราคาเพิ่มขึ้นถึง 40% - 45%
                    ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2566 เกษตรกรในออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก จำเป็นต้องปลูกพืชในดินแห้งหลังจากผ่านความร้อนจัดมาหลายเดือนและทำให้ผลผลิตลดลง สิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้ซื้ออย่างจีนและอินโดนีเซียเริ่มแสวงหาข้าวสาลีจำนวนมากจากผู้ส่งออกรายอื่นในอเมริกาเหนือ ยุโรป และประเทศในภูมิภาคทะเลดำ 
                    ในทางกลับกันคาดว่าปี 2567 ผลผลิตข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลืองในอเมริกาใต้จะสูงขึ้น แม้ว่าจะมีสภาพอากาศแปรปรวนในบราซิล แต่อาร์เจนตินาหนึ่งในผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลกที่มีสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการผลิตโดยมีปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับดีมาก
                    ผลผลิตน้ำมันปาล์มทั่วโลกก็มีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบของเอลนีโญเช่นกัน ผลผลิตที่ลดลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนำไปใช้ในการผลิตไบโอดีเซล และแปรรูปเป็นน้ำมันสำหรับปรุงอาหาร จึงเป็นไปได้ว่าความเสี่ยงด้านราคาของเมล็ดพืชน้ำมันจะเป็นไปในทิศทางขาขึ้นมากกว่าขาลง

 

ที่มา : Reuters สรุปโดย : มกอช.

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?