TH EN
A A A

ผลการศึกษา EFSA แนะ น้ำตาลในอาหารควรมีน้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้

30 มีนาคม 2565    42 ครั้ง

               เพื่อตอบสนองต่อคำร้องขอให้ประเมินความเสี่ยงของน้ำตาลที่มากเกินไป (Excessed Sugar) ในอาหาร จากกลุ่มประเทศนอร์ดิก (เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน) ในปี 2560 ต่อสำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ให้ศึกษาประเมินในอาหารต่อสุขภาพของผู้บริโภค นักวิทยาศาสตร์ของ EFSA จึงดำเนินการศึกษาจากผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ทางวิชาการกว่า 30,000 ฉบับ และจัดทำเอกสารคำแนะนำปริมาณน้ำตาลอิสระและน้ำตาลเติมแต่งในอาหารว่าควรมีให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้ เนื่องจากพบความสัมพันธ์ของการบริโภคน้ำตาลต่อการเพิ่มขึ้นของไขมันในเลือด การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว การเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 การเกิดฟันผุ และการเกิดไขมันพอกตับที่ไม่ได้เป็นผลมาจากแอลกอฮอล์
               ทั้งนี้ในรายงานดังกล่าวได้ให้คำจำกัดความของน้ำตาลส่วนเพิ่ม (Added Sugars) ว่าเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์ที่เติมลงในกระบวนการเตรียมอาหาร น้ำตาลอิสระ (Free Sugars) หมายรวมทั้งน้ำตาลเติมแต่งและน้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติในน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม และน้ำผักผลไม้ทั้งสดและเข้มข้น และน้ำตาลรวม (Total Sugars) หมายถึงน้ำตาลทั้งหมดที่มีในอาหาร รวมถึงน้ำตาลตามธรรมชาติที่มีอยู่ในผัก ผลไม้ และน้ำนม ซึ่งผลการศึกษาไม่สามารถแยกได้ว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพเกิดจากน้ำตาลชนิดใดมากกว่า จึงนำมาสู่ข้อแนะนำให้ลดปริมาณน้ำตาลในอาหารให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ข้างต้น    

ที่มา : FoodNavigator/EFSA  สรุปโดย : มกอช.

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?