TH EN
A A A

EU อนุญาตใช้สารเสริม L-lysine ในอาหารสัตว์

31 มีนาคม 2563    41 ครั้ง

                เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ  Commission Implementing Regulation (EU) 2019/1964 ซึ่งได้เห็นชอบอนุญาตการใช้สารเสริมอาหารสัตว์กลุ่ม L-lysine รวม 4 รายการ ได้แก่ 1. สารเหลวเข้มข้น L-lysine base 2. สารเหลวเข้มข้น L-lysine monohydrochloride 3. สาร L-lysine monohydrochloride ที่มีความบริสุทธิ์ทางเทคนิค (technically pure) และ 4. สาร L-lysine sulphate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มโภชนาการ เนื่องจาก สารดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม รวมถึงยังเป็นแหล่งที่มาของ amino acid L-lysine ที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันการเสื่อมสภาพในเยื่อบุกระเพาะส่วนผ้าขี้ริ้ว พร้อมทั้งจะอนุญาตให้สามารถใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฉบับนี้มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2572 อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของสารเสริมที่ผลิตโดยจุลินทรีย์ที่มีการดัดแปรพันธุกรรม โดยเฉพาะจาก Corynebacterium glutamicum NRRL B-50547 จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลให้เกิด DNA สายผสมในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย นอกจากนี้ สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานควรสวมชุดป้องกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางผิวหนัง ตา และสูดดม
                ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดให้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
     • สารเหลวเข้มข้น L-lysine base สารเหลวเข้มข้น  L-lysine monohydrochloride สาร L-lysine monohydrochloride ที่มีความบริสุทธิ์ทางเทคนิค และสาร L-lysine sulphate ที่ผลิตจากการหมักด้วย Corynebacterium glutamicum และสารผสมล่วงหน้า ที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าว และได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎระเบียบเดิมวันที่ 18 ธันวาคม 2562 จะสามารถวางจำหน่ายได้ถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
     • วัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ผสม ที่มีส่วนประกอบสารดังกล่าว สำหรับสัตว์ที่ผลิตเป็นอาหารสัตว์ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 18 ธันวาคม 2563 และปฎิบัติตามกฎระเบียบเดิมก่อนวันที่ 18 ธันวาคม 2562 สามารถวางจำหน่าย และใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมด
     • วัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ผสมที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าว สำหรับสัตว์ที่ไม่ได้ผลิตเป็นอาหาร ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 18 ธันวาคม 2564 และปฎิบัติตามกฎระเบียบเดิมก่อนวันที 18 ธันวาคม 2562 สามารถวางจำหน่าย และใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมด
                อนึ่ง กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

 

ที่มา : https://thaieurope.net/  สรุปโดย : มกอช.

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?