TH EN
A A A

สหรัฐเข้มอาหารทะเลนำเข้าจากจีน

2 กรกฎาคม 2550    4806 ครั้ง
               เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน   USFDA ระบุว่าจะไม่อนุญาตให้นำเข้า catfish เพาะเลี้ยง กุ้งเพาะเลี้ยง และอาหารทะเลเพาะเลี้ยงจากจีนหากผู้จัดหาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเที่ยวสินค้านั้นปลอดจากสารอันตราย
USFDA กล่าวว่ายังไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภคเนื่องจากระดับการพบสารอันตรายยังต่ำ แต่อาจกลายเป็นปัญหาอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ได้หากมีการบริโภคสินค้านั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
              Margaret O’K Glavin จากฝ่ายกฎระเบียบของ USFDA  ถึงแม้ USFDA จะมีการหารือกับเจ้าหน้าที่ของจีนในการแก้ไขปัยหา  แต่เนื่องจากยังมีการตรวจพบยาสัตว์และสารเติมแต่งอาหารที่ไม่ได้รับอนุย่าตให้ใช้ในสหรัฐในผลิตภัณฑ์ประมงเพาะเลี้ยงอยู่  มาตรการนี้ครอบคลุมปลา catfish, ปลา basa, กุ้ง และปลาไหล โดยสหรัฐฯจะไม่ให้นำเข้าจนกว่าผู้นำเข้าจะสามารถแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของสหรัฐฯ
มาตการกักชั่วคราวสินค้าประมงเพาะลี้ยงจากจีนนี้เนื่องจากการพบอย่างต่อเนื่องของปัญหาความปลอดภัยด้านอาหารที่ USFDA พบ รวมทั้งล่าสุดที่มีการเรียกคืนของเล่นเด็ก 1 ล้านชิ้นเนื่องจากพบตะกั่วในสีที่ทาของเล่น  และต้นปีมีการพบ malachite green ในอาหารทะเล มีการพบ melamine ในอาหารสัตว์เลี้ยง  มีการพบสารอันตรายในขบวนการแช่แข็งในยาสีฟันจากจีน 
             USFDA ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะเนื่องจากความหวาดวิตกด้านอาหารเกี่ยวกับการสุ่มตรวจที่ต่ำมาก  ในขณะที่อาหารนำเข้าเพิ่มขึ้นปีละ 13% แต่มีการสุ่มตรวจเพียง 1.3% ในปี  2549 โดยสุ่มตรวจอาหารทะเล 5% เนื่องจากมีความเสี่ยงมากกว่า
จีนเป็นประเทศเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลา  มีส่วนแบ่ง 50% ของการส่งออกสินค้าประมงของโลก และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 3 สินค้าประมงในตลาดสหรัฐฯ  
ทั้งนี้ USFDA  ได้จับตาอย่างใกล้ชิดสัตว์น้ำเพาะเลี้ยงจากจีนตั้งแต่ปี 2544  ในเดือนพฤษภาคมปี  2549 กำหนดให้ปลาไหลนำเข้าจากจีนต้องแสดงความปลอดภัยก่อนนำเข้าสหรัฐฯในช่วงตุลาคม 2549 – พฤษภาคม 2550 พบว่าเที่ยวสินค้า 15% มีสารอันตรายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม    USFDA กล่าวว่า  ไม่มีการเรียกคืนสินค้าจีนที่วางจำหน่ายแล้วในสหรัฐฯและไม่มีการแนะนำใดๆให้ผู้บริโภคทำลายหรือส่งคืนอาหารทะเลจีนที่ได้ซื้อหามาไว้ที่บ้านแล้ว
สารที่มีการตรวจพบ เช่น malachite green , nitrofuran, fluoroquinolone
Reuters

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?