TH EN
A A A

FAO เตือน โลกอาจเผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหารในปี 2593

1 ธันวาคม 2554    4913 ครั้ง
               
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาติ (FAO) แจ้งเตือนว่าจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้น ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ดินเสื่อมสภาพและการขาดแคลนทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ในปี 2593

                ภายในปี 2593 โลกอาจจะต้องเพิ่มการผลิตธัญพืชให้ได้ 1 พันล้านตันและสินค้าปศุสัตว์เพิ่มอีก 200 ล้านตันต่อปี เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลกซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านคน  ซึ่งในปัจจุบัน มีประชากรราว 7 พันล้านคน ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การทำการเกษตรแบบเข้มข้น (Intensive Farming) ช่วยทำให้ประชากรนับล้านมีอาหารบริโภค แต่วิธีการดังกล่าวจะทำให้ดินและน้ำเสื่อมสภาพ และอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ในปี 2593

                รายงาน FAO ระบุว่า ที่ดิน 25 % ในโลกเสื่อมสภาพมาก อีก 8 % เสื่อมสภาพปานกลาง 36 % คงที่หรือเสื่อมสภาพเล็กน้อย ส่วนอีก 10 % มีสภาพดีขึ้น ส่วนปัญหาขาดแคลนน้ำเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากน้ำบาดาลเค็มและมีมลพิษ ประกอบกับแหล่งน้ำเสื่อมสภาพ และระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำเสื่อมสภาพ

                ปัจจุบัน ประชากรเกือบ 1 พันล้านคนประสบปัญหาทุพโภชนาการ โดยเป็นประชากรในเอเชีย 578 ล้านคนและ 239 ล้านคนในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนา แม้ว่าผลผลิตทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2593 แต่ประชากร 1 ใน 20 คน ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะทุพโภชนาการ หรือคิดเป็นจำนวนเท่ากับประชากร 370 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชากรในแอฟริกาและเอเชีย

                FAO ระบุว่าการเกษตรจะต้องเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของประชากรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและต้องปรับปรุงการเกษตรแบบเข้มข้นอย่างยั่งยืนซึ่งใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เสื่อมสภาพ การทำเกษตรเชิงอนุรักษ์ วนเกษตร การเกษตรแบบผสมผสานพืชและปศุสัตว์ การเกษตรแบบผสมผสานการชลประทานและการเลี้ยงสัตว์น้ำสามารถเพิ่มการผลิตอาหารแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้

                นอกจากนี้ FAO ระบุว่าเกษตรกรยังใช้ระบบชลประทานส่วนใหญ่ทั่วโลกได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นจงควรปรับปรุงด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
 
 
ที่มา : Reuters (1/12/54)
 
 
 
 

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?