TH EN
A A A

สั่งเกาะติด FTA “ทรานส์แปซิฟิก”

3 ตุลาคม 2554    4815 ครั้ง

                นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ได้หารือกับนางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้เชิญนายกรัฐมนตรีให้ร่วมประชุมผู้นำกลุ่มเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2554 ที่รัฐฮาวาย

                สหรัฐฯ แสดงความเห็นนโยบายแทบเล็ต เพื่อการศึกษาของไทยว่าเป็นนโยบายที่มีความน่าสนใจ และไทยสนใจแทบเล็ตของสหรัฐฯ หากมีราคาเหมาะสม ในการประชุมผู้นำสุดยอดเอเปคที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ประเด็นหลักที่สหรัฐฯต้องการผลักดันคือ การเปิดเสรีการค้าในกลุ่ม Trans-Pacific Strategic Economic Partnership: TPP ในขณะนี้มีสมาชิก 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ บรูไน ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องการขยายอิทธิพลทางการค้าในฝั่งเอเชียแปซิฟิกเพื่อคานอำนาจกับจีนซึ่งมีอิทธิพลทางการค้าในเอเชียตะวันออก โดย TPP พัฒนามาจากเขตการค้าเสรีเอเปค แต่การพัฒนาเอเปคไปสู่เขตการค้าเสรีโดยตรงถูกต่อต้านจากสมาชิกหลายประเทศ สหรัฐฯจึงหันไปผลักดัน TPP แทน โดยกลุ่มนี้มีสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ประกอบด้วย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน

                นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า หากไทยไม่ติดตามหรือศึกษา TPP ให้ดีอาจจะเสียเปรียบคู่แข่งขันในอาเซียนที่มีอยู่ถึง 4 ประเทศ ที่เป็นสมาชิกTPP จึงมอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด และให้มองโอกาสว่าไทยจะเข้าร่วมความตกลง TPP ได้หรือไม่อย่างไร

                นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า หลังหารือกับนาย Gildas Le Lidec เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยว่า นักลงทุนชาวฝรั่งเศสในไทยได้แสดงความมั่นใจว่าบริษัทกว่า 400  บริษัทซึ่งมีการจ้างงานกว่า 1 แสนคน มั่นใจว่าบริษัทฝรั่งเศสสามารถดำเนินตามนโยบายรัฐบาลที่เพิ่มค่าจ้างแรงงานเป็นวันละ 300 บาทได้ นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสฯ ยังได้สอบถามเรื่องการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป เนื่องจากขณะนี้สหภาพยุโรปได้ทำการเจรจาFTA กับสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว และกำลังจะเริ่มเจรจากับเวียดนามเร็วๆนี้ จึงหวังว่าจะเริ่มเจรจา FTA กับไทยเช่นกัน และในตอนท้ายฝรั่งเศสยังได้แนะนำสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศฝรั่งเศส AFD ให้การสนับสนุนเงินกู้แก่ภาครัฐและเอกชนไทยในด้านการลงทุนขนาดใหญ่

 
 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ( 3 ตุลาคม 2554 )
 
 
 
 
 

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?