TH EN
A A A

ลดภาษี AFTA ไทยผงาด TOP 5 ส่งออก-นำเข้า

26 พฤษภาคม 2554    4826 ครั้ง

                นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ในรอบ 1 ปี หลังจากความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) กำหนดให้ลดภาษีสินค้าทั้งหมดเป็น 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2553 พบว่า ปี 2553 ส่งออกได้ 36,239 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออกได้ 25,981 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 39.5% ส่งผลให้ไทยมีส่วนแบ่งตลาด 35.8% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1.23% ปิโตรเลียมและถ่านหิน 0.85% และกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2.69%

               สาเหตุที่การค้าไทยในอาเซียนเพิ่มขึ้นเพราะได้อานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน แต่ในระยะยาวยังไม่อาจสรุปได้ว่าไทยยังได้เปรียบการค้า ดูจากส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าแต่ละชนิดพบว่าแต่ละประเทศยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในสินค้ากลุ่มเดิม โดยสิงคโปร์และเวียดนามที่เน้นทำการค้ามากกว่าเป็นแหล่งผลิตกำลังมีการรุกตลาดอาเซียนมากขึ้น

                อย่างไรก็ตาม หากเทียบมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549-2553 ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ส่งออกสินค้ารวมมากที่สุดโดยตลอด ด้วยสัดส่วนเกือบ 50% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในปี 2553 ที่มีมูลค่า 106,605 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ มาเลเซีย ไทยและอินโดนีเซีย ด้านการนำเข้า ประเทศสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้ามากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 74,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเป็นประเทศที่เน้นการค้ามากกว่าการผลิต

              นายอัทธ์ กล่าวว่า จากการสำรวจการส่งออก 18 กลุ่มสินค้าภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วน 80% ของการส่งออกไทย พบว่า สินที่ไทยได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น มีหลายรายการ ได้แก่ ข้าวสาร มันสำปะหลังสด ปลาสดแช่แข็ง เนื้อสัตว์ น้ำตาล เครื่องดื่ม ยาสูบ สิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์ไม้ ปิโตรเลียม-ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็ก ยานยนต์ เครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดลดลง ได้แก่ ยางพารา ผัก-ผลไม้ กระดาษ-สิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก

              ทั้งนี้ หากพิจารณาการส่งออกสินค้าสำคัญเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดก่อน-หลัง AEC อย่างเช่น ข้าวสาร เดิมเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 75.72% แต่ลดลง 4.34% เหลือเพียง 71.38% ในขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 มีสัดส่วน 22.37% เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.24% ด้านผักและผลไม้ ไทยส่งออกเป็นอันดับ 1 แต่ส่วนแบ่งลดลง คือ มีส่วนแบ่ง 64% ขณะที่น้ำตาล เป็นสินค้าที่ไทยส่งออกมากที่สุดในอาเซียน มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 77.05% ยางพารา ไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ทั้งก่อนและหลังการเป็น AEC โดยส่วนแบ่งลดลงเล็กน้อย จาก 69.35% เป็น 64.02%

 
 
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?