TH EN
A A A

อียูออกกฎควบคุมขนถ่ายสินค้า ณ ด่านนำเข้า

19 เมษายน 2554    4805 ครั้ง
                เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2554 สหภาพยุโรปออกกฎระเบียบการควบคุมขนถ่ายสินค้า ณ ด่านนำเข้า สำหรับสินค้าที่นำเข้าเพื่อรอส่งต่อไปยังอีกประเทศสมาชิกหนึ่งในสหภาพยุโรปหรือสินค้าที่สำหรับรอส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยมีสาระสำคัญดังนี้
               1. วัตถุประสงค์ของกฎระเบียบฉบับนี้คือ ควบคุมการขนถ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับการสุ่มตรวจ ณ ด่านนำเข้า เนื่องจากเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อรอส่งต่อไปยังอีกประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหนึ่ง และ/หรือที่เป็นสินค้าที่รอส่งผล (Transit) ไปยังประเทศที่สาม ตามระบุในกฎระเบียบ Commission Decision 2000/25/EC
              2. ข้อกำหนดใหม่ที่เกี่ยวข้องคือ
                   2.1 เมื่อสินค้าเดินทางมาถึงด่านนำเข้าของสหภาพยุโรปและต้องมีการขนถ่ายสินค้าจากเรือหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการขนถ่ายสินค้านั้นจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ด่าน (Official veterinarian) ให้ทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
                         -  แจ้งเวลาโดยประมาณที่จะใช้ในการขนส่งสินค้าลง
                         - แจ้งชื่อด่านนำเข้าของสหภาพยุโรปที่สินค้าจะถูกส่งไป ซึ่งในกรณีนี้สำหรับการนำเข้าสินค้านำเข้าสหภาพยุโรป หรือการนำเข้าสินค้าเพื่อผ่านไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอีกประเทศหนึ่ง หรืออีกกรณีหนึ่งคือการแจ้งชื่อประเทศที่สามที่สินค้าจะต้องถูกส่งต่อไป
                         - แจ้งที่ตั้งของสินค้า (location) หากสินค้าไม่ได้รับการขนถ่ายทันทีลงจากเครื่องบินหรือลงจากเรือเพื่อถูกส่งต่อไปยังจุดที่หมาย
                         - แจ้งเวลาโดยประมาณที่จะใช้ในการขนถ่ายสินค้าขึ้นเครื่องบินหรือขึ้นเรือเพื่อส่งต่อไปยังจุดที่หมายสุดท้าย
               ข้อมูลทั้ง 4 รายการต้องแจ้งทันทีเมื่อสินค้าเดินทางมาถึงที่ด่านนำเข้าและวิธีการแจ้งให้กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานรับผิดชอบ (Competent Authority) 
                   2.2 แก้ไขข้อกำหนดระยะเวลาต่ำสุด (minimum period)  ในการขนถ่ายสินค้า ตาม Article 9(1)(b)(i) ของกฎระเบียบ Directive 97/78/EC ให้เป็น
                         - 12 ชั่วโมงสำหรับเครื่องบิน
                         - 7 วันสำหรับเรือ
                   2.3  แก้ไขข้อกำหนดระยะเวลาสูงสุด (maximum period) ในการขนถ่ายสินค้า ตาม Article 9(1)(b)(i) ของกฎระเบียบ Directive 97/78/EC ให้เป็น
                         - 48 ชั่วโมงสำหรับเครื่องบิน
                         - 20 ชั่วโมงสำหรับเรือ
                   2.4 แก้ไขข้อกำหนดระยะเวลาต่ำสุด (minimum period)  ในการขนถ่ายสินค้า ตาม Article 11 และ Article 9(1)(a) ของกฎระเบียบDirective 97/78/EC ให้เป็น 
                         - 12 ชั่วโมงสำหรับเครื่องบิน
                         - 7 วันสำหรับเรือ
                   2.5 แก้ไขข้อกำหนดระยะเวลาต่ำสุด (minimum period) ในการขนถ่ายสินค้า ตาม Article 11 และ Article 9(1)(b) ของกฎระเบียบDirective 97/78/EC ให้เป็น 14 วันก็ต่อเมื่อ
                         - สินค้าเดินทางมาจากประเทศที่สามและกำลังจะถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สามอีกประเทศหนึ่ง โดยสินค้าจะไม่มีการหยุดพักในเขตประเทศที่ระบุใน Annex 1 ของกฎระเบียบ Directive 97/78/EC
                         - สินค้าถูกขนถ่ายออกจากเรือลำหนึ่งไปสู่เรืออีกลำหนึ่ง ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรปซึ่งอยู่ภายในเขตศุลกากรของด่านเดียวกัน
                         - ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องจะต้องยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ โดยผ่านคณะกรรมการยุโรปด้านห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์เป็นผู้พิจารณาโดยต้องรับรองว่า ประเทศของตนได้จัดวางมาตรการควบคุมป้องกันมิให้สินค้านั้นๆ ได้ถูกส่งต่อไปด่านอื่นๆในสหภาพยุโรป แทนที่จะต้องถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สามโดยตรง ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะต้องมีระบบควบคุม (mornitoring system) ในด้านของระยะเวลาการขนถ่ายสินค้าและจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
                   2.6 ในกรณีที่ระยะเวลาสูงสุด (maximum period) ในการขนถ่ายสินค้าสิ้นสุดลงเนื่องจากใช้เวลาเกินเลยความที่ระบุไว้ใน Article 2 (2) ในกรณีดังกล่าวสินค้าจะถูกตรวจสอบในสถานะเช่นเดียวกับสินค้านำเข้าไปยังสหภาพยุโรปตามปกติ กล่าวคือ จะถูกตรวจสอบทั้งในเรื่องของในรับรองสุขอนามัยและการตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้า (identity and physical checks) ณ ด่านนำเข้า
                3. ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวระบุให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป และจะมีผลตามกฎหมาย 3 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 6 เมษายน 2554) 
               4. โดยถือเป็นการยกเลิกกฎระเบียบเดิมที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 รายการ คือ Decision 2000/25/EC
 
 
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
(19/04/54)
 
 
 
 
 
 

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?