TH EN
A A A

ระวังวิกฤตอาหารในแอฟริกา-เอเชีย

6 มกราคม 2554    4810 ครั้ง

                องค์การอาหารและการเกษตร (FAO) ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ภาพรวมตลาดอาหารโลกฉบับล่าสุดที่ออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งระบุว่า ภาวะราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโรคพืช จัดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การผลิตพืชผลการเกษตรในปี 2553 ตกต่ำ ซึ่งจะกลายเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงวิกฤตอาหารที่จะเกิดขึ้นในปี 2554 โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาและเอเชีย 

                จากปัญหาน้ำท่วมในปากีสถานและจีนในปี2553 และความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในรัสเซียมีผลให้สต๊อกข้าวสาลี ข้าวโพด และอาหารชนิดอื่น ๆ ลดลงจากปีก่อนหน้า จนทำให้ FAO คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรเพื่อเป็นอาหารในปี 2554 จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% ในช่วงต้นปี ขณะที่เงินเฟ้อจากราคาอาหารยังคงอยู่ระดับ 15%

                รายงานฉบับนี้ยังเตือนว่า ประเทศผู้นำเข้าอาหารในโลกจะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารที่สูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากปริมาณสำรองของพืชผลการเกษตรในประเทศผู้ผลิตลดลง และราคาอาหารที่สูงขึ้น จะส่งผลรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้น หลังการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรที่เคยทำสถิติไว้ในปี 2551 พร้อมกับคาดการณ์ภาวะสินค้าเกษตรเป็นรายชนิด ดังต่อไปนี้

                1) ข้าว การค้าข้าวในตลาดโลกจะมีการหดตัวลงในบางเดือน แต่โดยภาพรวมแล้ว ยังมีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น ขณะที่ราคาเพิ่มขึ้นปานกลาง ท่ามกลางผลกระทบจากราคาพืชผลชนิดอื่น ๆ และการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากราคามาตรฐานข้าวขาวไทย 100% ชั้น B เมื่อปี 2552 ซึ่งมีราคาลดลงในเดือนกรกฎาคม มาอยู่ที่ 465 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และเพิ่มขึ้นไปยืนอยู่ที่ 510 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ในเดือนตุลาคม2553สะท้อนให้เห็นถึงยอดขายข้าวที่กลับมาและการแข็งค่าของเงินบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบราคาปีต่อปี กลับพบว่า ราคาข้าวขาวไทย 100 ชั้น B ในเดือนตุลาคม ปี 2551 มีราคาสูงกว่า โดยอยู่ที่ 535 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ส่วนยอดการสั่งซื้อและส่งมอบข้าวในเดือนมกราคม 2554 น่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณส่งออกข้าวในเดือนกรกฎาคม ปี 2553

                2) น้ำตาล การผลิตในปี 2554 จะเพิ่มขึ้นในระดับ 168.8 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7.7% เป็นผลให้มีการผลิตน้ำตาลมากกว่าความต้องการบริโภค ขณะที่การคาดการณ์ด้านการค้าน้ำตาลในตลาดโลก คาดว่าจะลดลง 5% แม้จะมีราคาอยู่ในระดับที่ดีอยู่ก็ตาม

                "แรงกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในโลกที่ยังไม่สิ้นสุด เตือนให้ประเทศผู้นำเข้าอาหารต้องระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่าย เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์สินค้าอาหารขาดแคลนในปี 2554 ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น" รายงาน FAO ระบุ

 
                ส่วนปริมาณธัญพืชในตลาดโลก มี แนวโน้มลดลงถึง 7% ตามการคาดการณ์ของ FAO ข้าวบาร์เลย์ ลดลง 35% ข้าวโพด ลดลง 12% และข้าวสาลี ลดลง 10% อย่างไรก็ตาม ปริมาณสำรองข้าวในตลาดโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการจะเพิ่มขึ้น หากพิจารณาปัจจัยด้านการผลิตที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือน2553 โดยเฉพาะการลดลงของการผลิตที่เป็นผลจากสภาพอากาศแปรปรวนในหลายประเทศผู้เพาะปลูกพืชอาหาร

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?