TH EN
A A A

เกษตรฯ ชงคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่เพิ่ม 8 ชนิด

5 ตุลาคม 2553    4805 ครั้ง
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชเพิ่มอีก 8 ชนิด ชี้ศักยภาพนักปรับปรุงพันธุ์พืชไทยเก่งขึ้น แห่จดทะเบียนเพียบโดยเฉพาะกล้วยไม้สกุลหวาย ข้าวโพด มะเขือเทศ แตงกวา นางจารุวรรณ จาติเสถียร ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช ได้เตรียมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาประกาศกำหนดชนิดพันธุ์พืชใหม่เพิ่มอีก 8 ชนิด ให้ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ได้แก่ 1.กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซีส (Phalaenopsis) และลูกผสม 2.กล้วยไม้สกุลแคทลียา(Cattleya) และลูกผสม 3.มะเขือ (Solanum melongena L.) 4.ผักกาดหอม (Lactuca sativa L.) 5.ถั่วแขก(Phaseolus vugaris L.) 6.ฟักทอง (Cucurbita moschata Duchesne) และลูกผสม 7.บวบเหลี่ยม (Luffa acutangula(L.) Roxb.) และ8.พืชให้เนื้อไม้สกุลอะเคเซีย จำนวน 4 ชนิด คือ Acacia auriculaeformis A.Cunn. Ex Benth., A. mangium Wild., A aulacocarpa A.Cunn. ex Benth. และ A. crassicarpa A.Cunn.ex Benth. และลูกผสม ซึ่งถือเป็นพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จากที่ได้ประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ 48 ชนิด อาทิ แตงกวา แตงร้าน แตงโม มะระ ผักบุ้งจีน ผักคะน้า ไม้ดอกสกุลขมิ้น เป็นต้น โดยระยะเวลาในการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นอยู่กับชนิดพืช แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกไม่เกิน 2 ปี เช่น ข้าว อ้อย มีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกเกินกว่า 2 ปี เช่น ทุเรียน มะม่วง ส้มโอ ให้ความคุ้มครอง 17 ปี และพืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ เช่น ยูคาลิปตัส สัก และกระถินณรงค์ กำหนดเวลาให้ความคุ้มครอง 27 ปี ส่วนพันธุ์พืชใหม่ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงในทางตรงหรือทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพหรือสวัสดิภาพของประชาชน ถือเป็นพืชต้องห้ามซึ่งไม่รับจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช "สำหรับการคุ้มครองพันธุ์พืชในประเทศไทยมี 2 มิติ ได้แก่ ระบบสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับพันธุ์พืช และระบบการคุ้มครองและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมซึ่งนักปรับปรุงพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่สำเร็จแล้ว ควรยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร เพื่อปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง ซึ่งจะช่วยรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวได้" นางจารุวรรณ กล่าว ที่มา : ไทยโพสต์

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?