TH EN
A A A

"ภาษีเป็นศูนย์" ได้ผลเห็นได้ชัด อาเซียนกลายเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีน

15 กรกฎาคม 2553    4803 ครั้ง
ตั้งแต่ต้นปี 2553 ที่เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนก่อตั้งขึ้น การค้าระหว่างจีนกับกลุ่มอาเซียนได้พัฒนาเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมของปี 2553 มูลค่าการค้าสูงถึง 111,800 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี2552 58 % โดยอาเซียนแซงญี่ปุ่นกลายเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีน นอกจากนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จีนส่งออกไปยังประเทศอาเซียนเป็นมูลค่า 52,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 46.2 % มูลค่าการนำเข้าจากกลุ่มอาเซียนของจีนมีมูลค่า 59,100 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.1 ทั้งนี้ การขาดดุลการค้าของจีนมีมูลค่าทั้งสิ้น 6,400 ล้านหยวน แต่ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จีนกลับเกินดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,090 ล้านหยวน นายหลิวเจี้ยนเหวิน นักวิจัยด้านกิจการอาเซียนเห็นว่า การพัฒนาเติบโตของการค้าทวิภาคีระหว่างจีนกับกลุ่มอาเซียนด้วยมีสาเหตุมาจากการฟื้นตัวของการค้าทั่วโลกหลังวิกฤตการเงิน และการที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย “ภาษีเป็นศูนย์” ของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม 2553 จีนเริ่มดำเนินนโยบาย “ภาษีเป็นศูนย์” สำหรับสินค้า 91.5 % ของประเทศ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน และลดภาษีเฉลี่ยสำหรับสินค้าอื่นๆ ของอาเซียนจากร้อยละ 9.8 เหลือ 0.1 % เท่านั้น ในขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกเก่า 6 ประเทศของกลุ่มอาเซียน ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และประเทศไทย ก็ดำเนินนโยบาย “ภาษีเป็นศูนย์” สำหรับสินค้า 90 % ของจีนด้วยเช่นกัน และลดภาษีเฉลี่ยสำหรับสินค้าอื่นๆ ของจีนจาก 12.8 % เหลือ 0.6 % เท่านั้น นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาน ลาว กัมพูชา และพม่า ก็จะบรรลุเป้าหมายนี้ในปี 2558 ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?