TH EN
A A A

กระทรวงเกษตรฯ ชี้ เกษตรกรควรเจาะตลาดปศุสัตว์อาเซียน

14 ธันวาคม 2552    4810 ครั้ง
                นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมปศุสัตว์ในปี 2553 แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่คงไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากสินค้าหมวดปศุสัตว์ เนื้อไก่ สุกร โคเนื้อ และนมโคยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยในส่วนของไก่เนื้อคาดว่าจะส่งออกได้รวม 4 แสนตัน ซึ่งตลาดหลักยังเป็นสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
 
               
ถึงกระนั้น แม้ว่าไทยจะเสียเปรียบในด้านต้นทุนการผลิตไก่ที่ยังสูงกว่าคู่แข่งอย่างจีนและบราซิลมาก แต่คุณภาพและกระบวนการผลิตไก่แปรรูปของไทยนั้นมีความน่าเชื่อถือกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้ผู้นำเข้าเลือกซื้อสินค้าจากไทยเป็นอันดับแรก และคาดว่าประเทศคู่แข่งจะใช้เวลาอีกนานในการพัฒนาโรงงานไก่แปรรูปจนทัดเทียมกับไทย
 
                ส่วนสุกร โคเนื้อ และนมโค มั่นใจว่าจะขยายตลาดได้ในกลุ่มประเทศอาเซียนจากการเปิดเสรี AFTA ในวันที่ 1 มกราคม 2553 โดยตลาดหลักของสุกรและโคเนื้อจะเป็นกัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากมีความต้องการซื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งสินค้ามีชีวิตและชำแหละแล้ว ประกอบกับภาคการผลิตสินค้าดังกล่าวของประเทศเพื่อนบ้านยังมีน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายตลาดในแถบนี้ รวมทั้งไม่มีอุปสรรคเรื่องโรคปากและเท้าเปื่อย เนื่องจากเป็นโรคประจำถิ่นของทุกประเทศ
 
                ส่วนนมโค แม้ว่าไทยจะมีศักยภาพในการผลิตนมยูเอชที แต่เนื่องจากการบริโภคในแถบนี้ยังไม่นิยม ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาตลาดก่อน ซึ่งในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าไทยควรส่งออกในรูปนมข้นทั้งรสหวานและจืด เพื่อนำไปใช้ในการแปรรูปอาหารที่ใช้นมเป็นส่วนประกอบ เช่น ชาเย็น กาแฟเย็น และนมเย็น เป็นต้น
 
                อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดนมอาจมีปัญหาสมาชิกอาเซียนที่เปิดเขตการค้าเสรี (FTA) กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยลดภาษีนำเข้านมผงเหลือ 0% ขณะที่ไทยยังใช้ระบบโควตา FTA กับทั้ง 2 ประเทศจะถูกส่งผ่านอาเซียนอื่นในรูปอาหารนมมายังไทย
 
               
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ เช่น กระทรวงสาธารณสุขจะต้องมีมาตรการรองรับ และกำหนดมาตรฐานสินค้า พร้อมทั้งตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อคัดกรองเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคเข้ามาจำหน่ายในประเทศเท่านั้น
 
 
 
 
กรุงเทพธุรกิจ

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?