TH EN
A A A

"ส.ประมง" จับมือ "ส.เพาะเลี้ยงปลา" ค้าน "ก.คลัง" ลดภาษีนำเข้าปลาแมกเคอเรล

16 มีนาคม 2552    4826 ครั้ง

               

สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยกับสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทยออกโรงคัดค้านข้อเสนอของสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปที่เรียกร้องให้กระทรวงการคลังปรับลดภาษีนำเข้าปลาแมกเคอเรล จาก 5 % เหลือ 0%

               นายมานะ ศรีพิทักษ์ ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทยได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเพื่อคัดค้านข้อเสนอของสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปที่เรียกร้องให้กระทรวงการคลังประกาศ "ยกเว้น" การจัดเก็บภาษีนำเข้าปลาแมกเคอเรล (พิกัด 0303.74.00) 5 % เพื่อลดต้นทุนการผลิตในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

               ทั้ง 2 สมาคมค่อนข้างห่วงกังวล เนื่องจากสินค้าปลาแมกเคอเรลมีความอ่อนไหวสูงมากต่ออาชีพการทำประมงและการเพาะเลี้ยงปลาของเกษตรกรไทย จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ภาครัฐคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าปลาแมกเคอเรลไว้ที่ 5 %

               ปลาแมกเคอเรลก็คือ ปลาทูที่คนไทยนิยมรับประทานนั่นเอง ภายหลังจากกรมประมงได้จัดสร้างปะการังเทียม รวมทั้งดำเนินโครงการปิดอ่าวในช่วงฤดูปลาวางไข่อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในน่านน้ำทะเลไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวประมงจับปลาทูได้มากขึ้น ดังนั้นหากอนุมัติให้มีการนำเข้าปลาโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า จะทำให้ชาวประมงขายปลาได้ในราคาที่ถูกลง

               
นายศักดิ์ สรรพานิช นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย กล่าวว่า หากสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปต้องการนำเข้าปลาเพื่อแปรรูปเป็นปลากระป๋องส่งออกก็ไม่จำเป็นต้องขอ "ยกเว้น" การจัดเก็บภาษีนำเข้าปลาแมกเคอเรล 5 % เพราะผู้ส่งออกสามารถขอยกเว้นภาษีและขอคืนภาษีได้ แต่หากต้องการนำเข้าปลาเพื่อแปรรูปเป็นปลากระป๋อง หรือขายเป็นปลาสดจำหน่ายในประเทศ ก็ควรจะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 5% ตามปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลานอกจำนวนมากทะลักเข้ามาจำหน่ายในประเทศ

               ก่อนหน้านี้เคยเกิดบทเรียนครั้งสำคัญกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาของไทย เนื่องจากเกิดวิกฤตราคาปลาตกต่ำในปี 2534 จากกรณีการนำเข้าปลาซาบะจากต่างประเทศ อย่างเสรี ทำให้มีผู้นำเข้าปลาซาบะราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในไทยเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดภาครัฐได้พิจารณาทบทวนให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าปลาที่ 5 % ทำให้ยอดจำหน่ายปลาซาบะในประเทศลดลงทันทีและราคาปลาในประเทศปรับตัวดีขึ้น

               ทางสมาคมจึงประกาศจุดยืนให้มีการจัดสินค้าปลาที่มีความอ่อนไหวสูงจำเป็นต้องได้รับการปกป้องและดูแลจากภาครัฐ โดยคงอัตราภาษีนำเข้า 5 % ให้นานที่สุดอย่างน้อย 10 ปี

ที่มา : ประชาชาติ

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?