TH EN
A A A

เกษตรเตือนเกษตรกรหลังอียูเข้มสินค้าเกษตรส่งออก

2 กันยายน 2551    4805 ครั้ง
          กรมวิชาการเกษตรเตือนเร่งศึกษาเงื่อนไขสินค้าเกษตรไปสหภาพยุโรป  หลังจากสหภาพยุโรปคุมเข้มสารตกค้างในผักผลไม้  ขณะเดียวกันทบทวนแปลง GAP ต่อเกษตรกรผลิตเพื่อส่งออก

               นางสาวเมทนี สุคนธรักษ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 สหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ (EC) no 396/2005 โดย 27 ประเทศสมาชิกจะใช้ค่ากำหนดในกฎหมายนี้เป็นค่าเดียวกันทั้งหมด  ก่อนกฎหมายบังคับใช้สารเคมีมากกว่า  900 ชนิดที่สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ทางการเกษตร   แต่ภายใต้กฎหมายใหม่จะมีสารเคมีที่ถูกยกเลิก 587 ชนิด  โดย 110 ชนิดที่ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดชนิดและค่าปริมาณตกค้างสูงสุดหรือ  MRL ร่วมกันได้แล้ว  และอีก 269 ชนิดอยู่ระหว่างการทบทวน  และคาดว่าอีก 100 ชนิดจะผ่านการพิจารณา  ส่งผลให้จำนวนสารเคมีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหภาพยุโรปในการเกษตรมี 300 ชนิด  สารเคมีที่ไม่อยู่ในรายการที่สหภาพยุโรปกำหนดจะยึด 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเป็นมาตรฐาน 

               ดังนั้นผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าไปสหภาพยุโรปต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งชนิดพืช  ชนิดสารเคมี ค่าปริมาณตกค้างที่กำหนดเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป

               นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยผู้ประกอบการส่งออกและเกษตรกรสามารถปรับตัวได้  โดยทบทวนแนะนำการทำแปลง GAP ใหม่ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด   และอาจมีการทบทวนการขึ้นทะเบียนสารเคมีให้สอดคล้องด้วยเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม จะมีการเจรจา Import torelances  สำหรับชนิดสารเคมีที่เกษตรกรไทยยังมีความจำเป็นต้องใช้  แต่ไม่อยู่ในรายการอนุญาตซึ่งเป็นกระบวนการที่สหภาพยุโรปเปิดโอกาสให้ทำได้หากสามารถเสนอข้อมูลที่ชัดเจนสนับสนุน

ที่มา : พิมพ์ไทย

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?