TH EN
A A A

ข้อโต้แย้งเรื่องระเบียบสีธรรมชาติ

8 สิงหาคม 2551    4801 ครั้ง

              ระเบียบของสหรัฐฯ  เกี่ยวกับสี โดย USFDA และสหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการยุโรป และความท้าทายต่ออุตสาหกรรมอาหารและบริษัทส่วนผสมอาหาร

             วัตถุเจือปนอาหารที่ให้สีจะต้องมีความปลอดภัยและมีการใช้อย่างเหมาะสม  แต่สีที่ระบุว่า ธรรมชาติ (natural) สังเคราะห์ (artificial) ในสหรัฐก็ไม่มีคำจำกัดความเดียวกันในสหภาพยุโรป  ซึ่งทำให้เกิดประเด็นต่ออุตสาหกรรมอาหาร  สีสังเคราะห์ในสหภาพยุโรปก็คือเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ   คือ color additives subjected to certification, certified colors, FD&C colors หรือ synthetic colors  สำหรับสีธรรมชาติ ของสหรัฐฯ  คือ color additives exempt from certification, exempt color additives ,naturally derived  color additives

               อย่างไรก็ตาม  นี่ทำให้เกิดความสับสนกับผู้บริโภค   ในการใช้คำว่า สีธรรมชาติในสหรัฐฯ เช่น  สำหรับสหรัฐฯ หากสีนั้นไม่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ก็ไม่สามารถค้ำว่าสี ธรรมชาติได้  ต้องถือว่าอาหารนั้นมีสีที่เกิดจากการสังเคราะห์ ไม่ใช่สีธรรมชาติ  เช่น  หากไอศกรีม  elderberry นั้นใส่สีเพิ่มจาก anthocyanin ซึ่งสกัดจาก elderberry   ก็เรียกว่าสีธรรมชาติ  แต่ถ้าใส่สีเพิ่มจาก  anthocyanin ซึ่งสกัดจาก  purple sweet potato  ก็ถือว่าไอศกรีมนั้นใส่สีสังเคราะห์   นอกจากนี้ USFDA ก็ให้ใช้คำว่า color added , colored with…..  ได้สำหรับสีสังเคราะห์ 

              นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสีธรรมชาติต่างๆ  ที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในภูมิภาคต่างๆ เช่น sodium copper chrophyllin ซึ่งได้รับการรับรองจากสหรัฐฯ  ให้ใช้ในการทำเครื่องดื่มผสมกลุ่ม citrus (เช่นน้ำส้ม) สหภาพยุโรปให้ใช้กับอาหารและเครื่องดื่มมากมายหลายชนิด  letuin ซึ่งได้รับการอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารและเครื่องดื่มแต่ไม่ได้รับอนุญาตในสหรัฐฯ

            ระเบียบในสหภาพยุโรปกำลังถูกทำให้เข้มงวดขึ้นเนื่องจากผลการวิจัยเกี่ยวกับสีสังเคราะห์ที่เรีกยว่า Souththamton stydy และคาดว่าสหรัฐก็อาจจะปรับกฎระเบียบตามมาเช่นกัน   ว่า สีสังเคราะห์ 6 กลุ่มอาจนำไปสู่การหุนหันพลันแล่นและสมาธิสั้นในเด็ก  ขณะนี้สภายุโรปกำลังรับรองชุดระเบียบที่คาดว่าจะกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสีสังเคราะห์ทั้ง 6 มีคำเตือนต่อสุขภาพ ว่า “อาจส่งผลกระทบต่อการแสดงกิจกรรมหรือสมาธิของเด็ก : may have adverse effect on activity and attention in children” EFSA ได้ทบทวนและมีความเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานว่าควรเปลี่ยนระดับการบริโภคที่ยอมรับได้ต่อวัน หรือ ADIs  อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปลอดภัยของสีทั้งหมด  รวมทั้งเรื่องสีธรรมชาติ  ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องจากกลุ่มบริโภคบางกลุ่มให้ยกเลิกการใช้สารให้สีดังกล่าวเสีย

ที่มา  :  FoodQuality

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?