TH EN
A A A

อาการขาดธาตุอาหารของพืช

10 มกราคม 2567    ครั้ง

อาการขาดธาตุอาหารของพืช

ประจำเดือน มกราคม 2567


ธาตุอาหารสำคัญกับพืชอย่างไร?  
                   พืชที่แข็งแรง ให้ผลผลิตดี ต้องได้รับธาตุอาหารที่ครบถ้วน อาการขาดธาตุอาหารหากพืชได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ หรือขาด พืชแสดงอาการผิดปกติให้เห็น โดยสังเกตได้จากทั้ง ใบ ผล กิ่ง ยอด ดอก ลำต้น ซึ่งพืชแต่ละชนิดมีการตอบสนองต่อระดับอาการขาดธาตุอาหารในระดับที่แตกต่างกันออกไป


ตำแหน่งที่พืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารจะพบที่ใบล่าง หรือ ใบแก่ ก่อน
การขาดธาตุไนโตรเจน (N)
                    • ใบจะเหลืองผิดปกติจากใบล่างไปสู่ยอด ปลายใบและขอบใบจะค่อยๆ แห้งและลุกลามเข้ามาเรื่อย ๆ จนใบร่วงจากลำต้น
                    • ลำต้นจะผอม กิ่งก้านลีบเล็ก และมีใบน้อย
                    • พืชจะไม่เติบโต หรือโตช้ามาก
การขาดธาตุฟอสฟอรัส (P)
                    • ใบล่างเริ่มมีสีม่วงตามแผ่นใบ ต่อมาใบเป็นสีน้ าตาลและร่วงหล่น
                    • ลำต้นแคระแกร็น ไม่ผลิดอกออกผล
                    • รากจะเจริญเติบโตและแพร่กระจายลงในดินช้ากว่าที่ควร
                    • ดอกและผลที่ออกมาไม่สมบูรณ์ หรือบางครั้งอาจหลุดร่วงไป หรือ อาจมีขนาดเล็ก
                    • พืชพวกที่มีลำต้นอวบน้ำหรือลำต้นอ่อนๆ จะล้มง่าย
การขาดธาตุโพแทสเซียม (K)
                    • ในพืชใบเลี้ยงคู่ ใบแก่จะมีสีซีด ในระยะต่อมาจะพบจุดสีน้ำตาลไหม้กระจายทั่วใบ
                    • ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหลายชนิดบริเวณปลายใบและ เส้นใบ จะตายก่อน อาการขาดโพแทสเซียมในข้าวโพด ลำต้นจะอ่อนแอ
                    • ในใบอ่อนถ้ามีอาการรุนแรงใบจะแห้งและร่วงก่อนเวลา
                    • ผลมีขนาดเล็ก สีผิวไม่สวย รสชาติไม่ดี
การขาดธาตุแมกนีเซียม (Mg)
                    • เกิดในใบแก่ก่อน เกิดอาการซีดในพื้นที่ใบที่อยู่ระหว่างเส้นใบในขณะที่เส้นใบยังคงเขียวอยู่ อาการซีดจะเกิดที่บริเวณใกล้เส้นกลางใบก่อนแล้วลามไปที่ปลายใบ และใบร่วงหล่นเร็ว
                    • ทำให้ผลผลิตลดน้อยลง และต้นพืชทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด
การขาดธาตุโมลิบดินัม (Mo)
                    • แสดงอาการที่ใบล่างก่อน ใบแก่จะมีสีซีดในพื้นที่ระหว่างเส้นกลางใบ หรือทั้งเส้นกลางใบ แกนใบไหม้เกรียม มีลักษณะคล้ายกับอาการขาดไนโตรเจน
                    • ที่ใบล่างจะปรากฏจุดเหลืองตามแผ่นใบ เป็นจุดด่างๆ ต่อมาแห้งตาย เส้นใบยังเขียวอยู่ ขอบใบหงิกงอมีลักษณะโค้งคล้ายถ้วย พืชบางชนิดใบจะแคบกว่าปกติ ปลายใบและขอบใบม้วนเข้าข้างใน และจะแห้งตาย
                    •ดอกร่วง ถ้าติดผล ผลจะแคระแกร็น

ตำแหน่งที่พืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารจะพบที่ใบอ่อน หรือ ยอด หรือ ผล
การขาดธาตุแคลเซียม (Ca)
                    • ใบที่เจริญใหม่ๆ จะหงิก จะเกิดในใบอ่อนก่อนใบแก่ และเส้นใบจะบิดเบี้ยว มีจุดแห้งตายของใบ
                    • การพัฒนาของตายอดจะชะงักการเจริญเติบโต 
                    • ผลแตก และมีคุณภาพไม่ดี
                    • รากสั้น และปลายรากจะตาย 
การขาดธาตุทองแดง (Cu)
                    • การพัฒนาของตาดอกและการเจริญของตาดอกจะลดลง
                    • ใบพืชจะมีสีเขียวจัดผิดปกติ ต่อมา จะค่อยๆ เหลืองลง ใบบิดหรือผิดรูปไป และมักพบจุดแผลตายบนใบ แสดงอาการจากยอดลงมาถึงโคน
                    • เกสรตัวผู้อาจเป็นหมัน หรืออับเรณูไม่แตก
                    • อาการขาดธาตุทองแดงพบมากในดินเปรี้ยว
การขาดธาตุแมงกานีส (Mn)
                    • แสดงอาการที่ใบอ่อน ใบอ่อนมีสีเหลืองระหว่างเส้นใบ เพราะขาดคลอโรฟิลล์ เส้นใบมีสีเขียวเป็นปกติ (chlorosis) หรือบางทีเกิดเป็นจุดสีขาวหรือเหลืองบนใบ ต่อมาใบที่มีอาการดังกล่าวจะเหี่ยวและร่วงหล่น
                    • พุ่มของใบจะน้อย เนื่องจากมีใบไม่สมบูรณ์
                    • การเจริญเติบโตช้า ไม่ออกดอก ออกผล
การขาดธาตุเหล็ก (Fe)
                    • แสดงออกทั้งทางใบและทางผล
                    • อาการเริ่มแรกจะสังเกตพบว่าใบอ่อนบริเวณเส้นใบยังคงมีความเขียว แต่พื้นใบจะเริ่มเหลืองซีด ส่วนใบแก่ยังคงมีอาการปกติ
ระยะต่อมาจะเหลืองซีดทั้งใบ ขนาดใบจะเล็กลงกว่าปกติและจะร่วงไปก่อนใบแก่เต็มที่
                    • ส่วนอาการที่เกิดขึ้นกับผลผลิตคือผลผลิตจะลดลง ขนาดของผลเล็กและผิวไม่สวย ผิวเรียบและเกรียม
                    • การขาดธาตุเหล็กยังมีผลต่อการเจริญของยอดอ่อนด้วย 
การขาดธาตุกำมะถัน (S)
                    • แสดงอาการที่ใบอ่อนก่อน ขนาดใบเล็กลง ใบมีสีเขียวอ่อนหรือเหลืองคล้ายๆกับอาการขาดไนโตรเจน แสดงอาการจากส่วนยอดลงไป เส้นใบเหลืองด้วย พืชบางชนิดปลายใบม้วนงอ ใบแข็งกระด้าง
                    • ยอดชะงักการเจริญเติบโต
                    • ลำต้นลีบเล็ก เนื้อไม้แข็ง
                    • รากยาวผิดปกติ
การขาดธาตุนิกเกิล (Ni)
                    • ใบมีอาการเหลือง และตาย ใบมีขนาดเล็ก
                    • พืชให้ผลผลิตได้ไม่เต็มที่
การขาดธาตุสังกะสี (Zn)
                    • แสดงที่ใบอ่อนก่อน โดยใบอ่อนมีสีขาวซีดขณะที่ใบแก่ยังเขียวสด
                    • พืชที่ขาดธาตุสังกะสีจะให้ปริมาณฮอร์โมน IAA ในตายอดลดลง ทำให้ตายอดและข้อปล้องไม่ขยาย ใบออกมาซ้อน ๆ มีผลทางอ้อมในการสร้างส่วนสีเขียวของพืช
การขาดธาตุคลอรีน (Cl)
                    • ใบอ่อนจะมีอาการเหี่ยว ค่อยๆ เหลืองแล้วใบร่วงตายไปเป็นลำดับ หรือบางครั้งมีสีบรอนซ์เงิน
                    • รากจะแคระเกร็นและบางลง

การขาดธาตุโบรอน (B)
                    • แสดงอาการที่ส่วนที่ยอด และตายอดจะบิดงอ ชะงักการเจริญเติบโต
                    • ใบอ่อนบิดงอ เป็นคลื่น เส้นกลางใบหนากร้าน และตกกระ
                    • เกิดจุดสีน้ำตาลหรือดำในส่วนต่างๆ ของพืชโดยเฉพาะพืชหัว
                    • ดอกไม่สมบูรณ์ ละอองเรณูเป็นหมัน ยอดเกสรตัวเมียไม่พร้อมรับละอองเรณู ละอองเรณูไม่งอก หรืองอกได้แต่ไม่สมบูรณ์จึงไม่มีการปฏิสนธิ เมล็ดไม่พัฒนาหรือพัฒนาไม่สมบูรณ์จึงไม่งอก
                    • ผลเล็กและแข็งผิดปกติ มีเปลือกหน้า บางทีผลแตกเป็นแผลได้

 

อ้างอิงข้อมูล : https://www.qyield.com/article/view.php?id=7