TH EN
A A A

จีนโหมนำเข้าเนื้อออสซี่ ชนโควตาก่อนกำหนด

9 กันยายน 2562    27 ครั้ง

                กรมศุลกากรใหญ่ของจีนรายงานว่า ช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 นำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยครบกำหนดโควตาก่อนสิ้นปีถึง 4 เดือนตามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างออสเตรเลียกับจีน นอกจากนี้ การเจรจาการค้าเสรีระหว่างสองประเทศอาจถูกจัดเร็วขึ้น เนื่องจากตลาดในประเทศของจีนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจีนยังมีความต้องการที่จะสร้างคู่ค้าเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างประเทศ และนอกจากนี้สินค้าชนิดอื่นจากออสเตรเลียยังมีแนวโน้มที่จะได้รับการพิจารณาลดภาษีและได้โควตานำเข้าเพิ่มขึ้น
                จากสถิติตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 จีนนำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลียปริมาณ 172,411 ตัน ซึ่งเกินกว่าโควตารายปีที่กำหนดไว้ 170,000 ตัน ในขณะที่ ในปี 2561 เนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลียครบกำหนดโควตาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม โดยหลังจากนี้ภาษีนำเข้าเนื้อวัวออสเตรเลียจะถูกกำหนดไว้ในอัตรา MFN (Most-Favoured National Treatment: หลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์อย่างยิ่ง) ของ WTO ที่ต่ำกว่าประเทศอื่นตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2562 อย่างไรก็ตาม จีนคาดว่าจะพิจารณายกเลิกโควตา และอัตราภาษีนำเข้าเนื้อวัวออสเตรเลียในอนาคต
                การนำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลียคิดเป็นร้อยละ 17 ของการนำเข้าเนื้อวัวทั้งหมดของจีน โดยในปี 2561 มีปริมาณการนำเข้าเนื้อวัวทั้งหมดอยู่ที่ 1.04 ล้านตัน ทั้งนี้ คาดว่าการบริโภคเนื้อวัวของจีนในปี 2562 ส่วนหนึ่งถูกกระตุ้นจากสถานการณ์โรคอหิวาต์สุกรอัฟริกันระบาด ส่งผลให้การบริโภคเนื้อวัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทดแทนการบริโภคเนื้อสุกร
                อนึ่ง ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างจีนกับออสเตรเลีย (ChAFTA) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2558 โดยจีนได้กำหนดโควตานำเข้าสินค้าส่วนหนึ่งจากออสเตรเลีย อาทิ เนื้อวัว เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ แต่ทั้งนี้อัตราภาษีนำเข้าเนื้อวัวออสเตรเลียได้ลดลงจากร้อยละ 7-15 เป็นร้อยละ 6-12 ณ วันที่ 1 มกราคม 2562 โดยจีนได้เน้นย้ำว่า จะขยายความสัมพันธ์กับคู่ค้าที่เคารพการค้าเสรีและกฎของพหุภาคี
                ทั้งนี้ การเจรจาการค้าเสรีระหว่างจีนกับออสเตรเลียได้รับการตั้งความคาดหวังไว้ว่าจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และจะได้รับการพิจารณาลดภาษีเร็วๆ นี้      

 

ที่มา : www.globaltimes.cn สรุปโดย : มกอช.

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?