TH EN
A A A

เวียดนามเผชิญความท้าทายส่งออกสินค้าสำคัญ หลังราคาตกต่ำทั่วโลก

25 กรกฎาคม 2562    68 ครั้ง

                กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) เผยว่า ภาคการเกษตรของเวียดนามกำลังกระตุ้นการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงของประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ท่ามกลางสถานการณ์ราคาตกต่ำในตลาดโลก โดยถึงแม้ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 จะเติบโตถึง 2.2% แต่หากพิจารณาในแต่ละรายการจะเห็นว่าสินค้าที่ทำรายได้หลักๆ อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง กาแฟ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีมูลค่าลดลงถึง 9.2%
                โดยการส่งออกข้าวของเวียดนามในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 มีปริมาณ 3.39 ล้านตัน มูลค่า 1.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นปริมาณที่ลดลง 2.8% และมูลค่าลดลง 19% ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ได้คาดการณ์ว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะลดลงมากขึ้นในปี 2562 นี้ ในขณะที่ การผลิตข้าวทั่วโลกในฟดูกาลผลิต 2561-2562 จะมีปริมาณถึง 499.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึง 4.2 ล้านตัน
                การส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมีปริมาณ 1.2 ล้านตัน มูลค่า 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2561 ถึง 19% ในเชิงปริมาณ และ 15.3% ในเชิงมูลค่า เนื่องจากความต้องการจากจีนที่เป็นตลาดคู่ค้าสำคัญลดลง ส่วนราคามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของเวียดนามเฉลี่ยแล้วคิดเป็น 386.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลง 2.91% เมื่อเทียบกับปี2561 ในขณะที่ แป้งมันสำปะหลังมีราคาจำหน่ายเฉลี่ย 425 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และลดลง 15.2% เมื่อเทียบปีต่อปี

                ด้านการส่งออกกาแฟมีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 เวียดนามส่งออกกาแฟปริมาณ 943,000 ตัน มูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณลดลงจากปี 2561 ถึง 9.2% และมูลค่าลดลง 19.9% ซึ่ง MARD คาดว่าราคากาแฟของทั่วโลกและภายในประเทศจะลดลงในช่วงเวลาอันสั้น เนื่องจากอุปทานของตลาดโลกที่เกินความต้องการ
                ในส่วนของการส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ของเวียดนามในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 มีปริมาณ 197,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปี 2561 ถึง 13.1% แต่ในด้านมูลค่ารวมกลับลดลงถึง 11.3%                
                 ทั้งนี้
MARD กล่าวว่า หากเวียดนามต้องการฟื้นฟูภาคการส่งออก ควรเปลี่ยนจุดมุ่งหมายไปที่อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ป่าไม้ พร้อมทั้งแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนจากพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเป็นพืชชนิดอื่นหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแทนนอกจากนี้ เวียดนามควรพิจารณาโอกาสจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) โดยสร้างแรงกระตุ้นในการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์โอกาสใหม่ รวมถึงภาคเอกชนของเวียดนามควรสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าจากประเทศสมาชิก CPTPP เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และที่สำคัญกว่านั้นคือจะได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

ที่มา : en.vietnamplus.vn สรุปโดย : มกอช.

บทความนี้มีประโยน์หรือไม่?